ยายเกือบช็อกตาย “บั้งไฟ” ตกทะลุหลังคาบ้าน เดชะบุญเพิ่งเดินออกมาจากจุดตก

พ.ค. 30, 2020

0

ยายเกือบช็อกตาย “บั้งไฟ” ตกทะลุหลังคาบ้าน เดชะบุญเพิ่งเดินออกมาจากจุดตก

ยายวัย 69 ปี แทบช็อก จู่ๆ มีบั้งไฟตกทะลุหลังคาบ้านควันโขมง โชคดีตัวเองกับหลานตัวน้อย เดินออกจากบริเวณบั้งไฟตกไม่กี่นาที

(29 พ.ค.63) เวลา 14.00 น. ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ท่ามกลางชุมชนหนาแน่น ในเขตบ้านเสม็ด หมู่ที่ 12 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นชุมชนที่ถือว่าไม่เคยมีการจุดหรือเล่นบั้งไฟมาก่อน เพราะเป็นชุมชนเมือง อยู่ๆ ก็ปรากฏว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีบั้งไฟ ซึ่งไม่ทราบทิศทางว่ามาจากทิศทางใด ร่วงตกลงมาใส่ หลังคาบ้านเลขที่ 63 หมู่ 12 ข้างโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์บ้านเสม็ด ต.นอกเมือง อ.เมืองสุรินทร์ ซึ่งหลังคาบ้านเป็นกระเบื้องลอนคู่ บ้านของคุณยายแสงจันทร์ บุญร่วม อายุ 69 ปี  ซึ่งขณะนั้น คุณยายพร้อมด้วยหลาน พักอาศัยอยู่ภายในบ้านตามลำพังยายกับหลาน โดยผู้ปกครองของหลาน ออกไปทำงานนอกบ้าน

คุณยายแสงจันทร์ ได้เล่าเหตุการณ์ ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ในช่วงเวลาประมาณ บ่ายสองโมง ตนเองซึ่งมีสภาพร่างกายไม่แข็งแรง ต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงร่างกาย ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนนั่งเก็บเสื้อผ้า ถ้วยชาม ตรงบริเวณที่บั้งไฟตกลงมา และหลานก็จะมาหยิบเอาถ้วยชาม บริเวณนี้เดินไปยังเตาแก๊สเพื่อทำอาหาร จากนั้นตนก็ลุกเดินขึ้นไปดูทีวีอีกห้องหนึ่งของบ้าน ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงดังโครมที่ห้องครัวที่ตนเพิ่งเดินออกมา ในใจคิดว่า หลานคงทำเตาแก๊สระเบิด เพราะเป็นวันแรกที่หลานทำอาหารเอง

แต่เมื่อเดินมาดูพบว่ามีควันจำนวนมาก หลานวิ่งมาหาตน กลิ่นดินประสิวหรือดินปืนเหม็นกระจายเต็มห้อง ลูกหลานที่อยู่ใกล้ๆ พากันวิ่งมาดู รอจนควันจางหาย จึงรู้ว่าเป็นบั้งไฟตกลงมาใส่บ้าน ถ้าหากตกลงใส่เสื้อผ้าที่กองอยู่ติดกัน ก็คงเกิดไฟลุกไหม้บ้าน โชคดีที่ตนกับหลานลุกเดินออกจากจุดที่บั้งไฟตกลงมาไม่กี่นาที ไม่งั้นคงไม่รอดแน่ๆ

หลังจากเกิดเหตุการณ์ บรรดาลูกหลานที่อยู่ใกล้ๆ ได้เข้ามาดูแลและบันทึกภาพเป็นหลักฐาน พร้อมทั้งได้เก็บหลักฐาน ทั้งบั้งไฟ ทำจากท่อพีวีซีสีเขียว คาดทับด้วยเทปพันสายไฟฟ้าสีดำ ความกว้างขนาดหกหุน ยาวประมาณ 7 นิ้ว ส่วนหางบั้งไฟประกอบ ยาวประมาณ 50 เซนติเมตร และได้นำส่วนควบบั้งไฟทั้งหมด ไปแจ้งความบันทึกประจำวันกับพนัก ร.ต.อ.ทัศน์พล ชูบัว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองเพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามหาผู้กระทำผิดในครั้งนี้

ขณะที่นายสุทิน ตรงกิ่งตอน ผู้ใหญ่บ้านเสม็ด หมู่ที่ 12 ต.นอกเมือง อ.เมืองสุรินทร์ ได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุด้วยตนเอง ก็ประเมินแหล่งที่มาของบั้งไฟลึกลับว่าน่าจะมากจากที่ใด โดยระบุว่า ในหมู่บ้านเสม็ด ถื่อว่าเป็นชุมชนขนาดใหญ่มีคนต่างถิ่นเข้ามาพักอาศัยและเช่าบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเดิมแล้วคนในชุมชนไม่ใช่คนเล่นบั้งไฟ และช่วงนี้ก็ไม่ใช่เวลาเล่นบั้งไฟ แหล่งที่มาของบั้งไฟลูกนี้น่าจะห่างออกไปจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 200-300 เมตร อย่างไรก็ตามต้องรอการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *