แจ้ง 2 ข้อหาหนัก สัตวแพทย์เลือดร้อน แทงทนายความดับ หลังเปิดศึกปาดหน้ารถ

ต.ค. 20, 2020

0

แจ้ง 2 ข้อหาหนัก สัตวแพทย์เลือดร้อน แทงทนายความดับ หลังเปิดศึกปาดหน้ารถ

ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาหนัก สัตวแพทย์หนุ่มเลือดร้อน แทงทนายความอดีตตำรวจ ดับกลางถนน หลังทะเลาะกันปมขับปาดหน้า น้องชายผู้ตายไม่เชื่อพี่ชายชักปืนขู่ก่อนจากกรณีเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2563 เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งเหตุคนถูกแทงเสียชีวิตบริเวณ ถ.พระราม 9 (ขาเข้า) บริเวณหน้าโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ทางลงสะพานยกระดับรามคำแหง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. จึงรีบไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบศพของนายยิ่งพันธ์ เธียรเจริญ อายุ 56ปี มีรอยบาดแผลบริเวณ ท้องด้านซ้าย และหน้าขาด้านซ้าย และพบนายศรุติ ประยุรจตุพร อายุ 26 ปี ผู้ต้องหา อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนั้นมีอาการชักเกร็ง จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งโรงพยาบาลปิยะเวท และได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาในเวลาต่อมานั้น

          ล่าสุด วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 เดลินิวส์ รายงานว่า พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเพิ่มเติมจนทราบว่า เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2563 เวลาประมาณ 20.00 น. นายศรุติ ประยุรจตุพร อายุ 26 ปี ผู้ต้องหา มีอาชีพเป็นสัตวแพทย์ ได้ขับรถฮอนด้า ซีวิค สีขาว แซงรถจักรยานยนต์มาปาดหน้ารถยนต์กระบะโตโยต้าของผู้เสียชีวิต จากนั้นได้มีปากเสียงกัน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้มีดแทงนายยิ่งพันธ์ และพยายามขับรถหลบหนี ด้านผู้ตายได้ขับรถตามชนท้ายรถของผู้ต้องหา ก่อนที่จะหมดสติและเสียชีวิต

โดยในเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยายหลักฐาน และแจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ม.290 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี และพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะ โดยเปิดเผย หรือไม่มีเหตุอันควร ตาม ม.371 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

          จากนั้นเมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพันธ์พจน์ น้องชายผู้ตายได้เดินทางมาติดต่อรับศพนายยิ่งพันธ์ พร้อมระบุว่า ก่อนเกิดเหตุพี่ชายได้มาหาตนเองที่บ้านตนเอง ก่อนจะขับรถไปปั่นรถจักรยานออกกำลังกายแถวสุวรรณภูมิ จากนั้นได้ขับรถกลับบ้านพักย่านเมืองนนทบุรี ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดเหตุในช่วงนี้ เบื้องต้นตนเองก็ยังไม่ทราบรายละเอียดของเรื่องที่เกิดขึ้นมากนัก แต่มองว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุทั้งนี้ตนเองยอมรับว่าพี่ชายเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ไม่ถึงกับไปชกต่อยกับใคร ก่อนหน้านี้พี่ชายเป็นตำรวจเก่า และได้ลาออกมาเป็นทนายความกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากลาออกทำอาชีพทนายก็ไม่เคยกล่าวอ้างว่าเป็นตำรวจเก่า ส่วนกรณีที่มีผู้กล่าวอ้างว่าพี่ชายถือปืนลงไปข่มขู่ จนทำให้คู่กรณีใช้มีดแทงตนไม่ทราบในรายละเอียด แต่มองว่าเป็นคำกล่าวอ้างเพราะพี่ชายมีอาชีพเป็นทนายความจึงทราบดีเรื่องข้อกฎหมาย เชื่อว่าที่พี่ชายเอาอะไรไปฟาดกระจกรถของคู่กรณีน่าจะเกิดจากความโมโหหลังถูกคู่กรณีแทงมากกว่า โดยจนถึงขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่ได้รับการติดต่อมาจากคู่กรณี แต่ถ้าหากเจอก็ยากจะถามว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง ทำไมถึงต้องทำกันรุนแรงขนาดนี้ด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *