มอบตัวแล้ว! อส.โต้ง ยิงแม่ยายดับ อ้างปืนลั่น เปิดปากเล่าอีกมุม ตร.ไม่เชื่อ

ธ.ค. 22, 2020

0

มอบตัวแล้ว! อส.โต้ง ยิงแม่ยายดับ อ้างปืนลั่น เปิดปากเล่าอีกมุม ตร.ไม่เชื่อ

มอบตัวแล้ว! อส.โต้ง ยิงแม่ยายดับ อ้างปืนลั่น เปิดปากเล่าอีกมุม ตร.ไม่เชื่อ

อส.โต้ง มอบตัวแล้ว หลังหนีกบดานในป่านาน 7 วัน เปิดปากให้การไม่ได้ ยิงแม่ยายดับ ปมบุกบ้านง้อเมียเก่า อ้างปืนลั่น เผยเส้นทางหนี

จากกรณี นายฉัตรชัย แสงสวัสดิ์ อายุ 36 ปี หรือ อส.โต้ง เจ้าหน้าที่ อส.อำเภอพะโต๊ะ จ.ชุมพร ขับรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ทะเบียน บฉ3532 ระนอง บุกบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป เพื่อตามหาภรรยาคือ น.ส.พิมพ์นภา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ที่แยกกันอยู่มา 4 เดือนแต่ไม่เจอ โดยพบแต่แม่ยายคือ นางพรเพ็ญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี จึงเกิดความโมโหชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อยิงหน้าผากเสียชีวิตภายในบ้าน ส่วนพ่อเลี้ยงอุ้มหลานสาววัย 3 ขวบวิ่งหนีเข้าไปซ่อนตัวในป่า ตามข่าวที่เสนอนั้น

อส.โต้ง มอบตัวแล้ว หลังหนีกบดานในป่านาน 7 วัน เปิดปากให้การไม่ได้ ยิงแม่ยายดับ

ล่าสุดวันที่ 21 ธ.ค.2563 พ.ต.อ.ศุภเกียรติ เทิดตระกูล ผกก.สภ.ปะทิว เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จ.ชุมพร, ตำรวจ นปพ. ได้ควบคุมตัว นายฉัตรชัย แสงสวัสดิ์ อายุ 36 ปี หรือ อส.โต้ง มือปืนยิงแม่ยาย หลังหลบหนีนาน 7 วัน ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับนายอำเภอพะโต๊ะ โดยควบคุมคุมตัวมาสอบปากคำที่ สภ.ปะทิว ในสภาพอิดโรยจากการหลบหนี เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง

จากการสอบสวน นายฉัตรชัย ให้การภาคเสธว่า ตนไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงแม่ยายแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุเกิดจากตนทราบว่าภรรยาของตนที่หนีออกจากบ้านนาน 4 เดือน ซึ่งหนีไปกับผู้ชายคนใหม่ เมื่อตนรู้ว่าภรรยาเดินทางกลับมาหาแม่ยายที่บ้านหลังเกิดเหตุ จึงพาลูกชายและลูกสาว 2 คน ไปฝากไว้กับเพื่อน แล้วแวะดื่มเหล้าด้วยกันนายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า จากนั้น ช่วงดึกได้ขับรถไปหาภรรยาที่บ้านแม่ยายและได้ตะโกนเรียกให้แม่ยายเปิดประตูแต่ไม่มีใครเปิด จึงงัดหน้าต่างเข้าไปทางห้องนอนที่ภรรยาตนเคยนอนแต่ไม่พบ จึงค้นหาตามจุดต่าง ๆ ขณะเดียวกันแม่ยายได้ถือปืนขู่และขัดขวาง พร้อมบอกว่าอย่าเข้ามาทำแบบนี้ในบ้านแม่ ตนจึงเข้าไปแย่งปืน

นายฉัตรชัย ให้การอ้างว่า ช่วงชุลมุนปืนเกิดลั่นถูกแม่ยายเสียชีวิต ตนตกใจและกลัวจึงรีบวิ่งออกมาขับรถหลบหนีไปทางถนนใหญ่ในพื้นที่ อ.ท่าแซะ แล้วขับไปเติมน้ำมันใน อ.ทุ่งตะโก ก่อนจะขับยาวไปถึง อ.ร่อนพิบูล จ.นครศรีรรมราช จากนั้น นำรถยนต์ไปฝากไว้ที่บ้านยายของเพื่อนที่ทำงานเป็น อส.อยู่ที่เดียวกัน โดยบอกว่าขอฝากรถยนต์ไว้ด้วยเนื่องจากหนีไฟแนนซ์ไม่มีเงินผ่อน ก่อนจะหลบหนีขึ้นไปอยู่ในป่า

“ยืนยันว่าปืนไม่ใช่ของผมเป็นของแม่ยายที่เอามาขู่ผม แต่หลังแย่งชิงเกิดลั่นถูกแม่ยายตาย ผมไม่รู้ว่าเป็นปืนชนิดใด หลังเกิดเหตุด้วยความกลัวต้องรีบหนี ต่อมาเมื่อคิดได้จึงติดต่อผู้ใหญ่ที่นับถือขอเข้ามอบตัวกับนายอำเภอพะโต๊ะ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา แล้วผมได้เดินลัดเลาะมาตามป่าริมถนนแล้วโบกรถสิบล้อมาเป็นทอด ๆ จนมาถึงถนนทางแยกเข้าอำเภอพะโต๊ะ จากนั้นเข้ามอบตัวกับนายอำเภอดังกล่าว” นายฉัตรชัย ให้การ

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากพนักงานสอบสวนสอบปากคำยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมีพยานที่เป็นเพื่อนของภรรยา อส.โต้ง ที่อส.โต้งแวะดื่มเหล้าด้วยกันแถวต.นาชะอัง ยืนยันว่า อส.โต้งมีปืนถึง 2 กระบอก โดยนำปืนที่พกขนาด 9 มม.ออกมาโชว์ให้ตนเห็น และอีกกระบอกอยู่ในกระเป๋าสะพาย เมื่อเมาได้ที่ อส.โต้ง บอกว่าจะไปยิงภรรยาตนเองแล้วรีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งไปก่อเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 15.00 น.ของวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดพรุใหญ่ ต.สะพลี ได้มีพิธีเผาศพ นางพรเพ็ญ แม่ยายที่ถูก อส.โต้งยิงเสียชีวิต โดยมี พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จ.ชุมพร เดินทางไปร่วมพิธีเผาศพด้วย พร้อมกล่าวกับ น.ส.พิมพ์นภา อดีตภรรยา อส.โต้ง ว่า ตอนนี้มือปืนได้ติดต่อขอมอบตัวแล้วแต่ให้การภาคเสธ อยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุจึงขอให้สบายใจได้ ส่วนผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหาพล.ต.ต.ถาวร กล่าวต่อว่า และในชั้นพนักงานสอบสวนจะไม่ให้ประกันตัว และจะให้พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวในระหว่างขออำนาจศาลฝากขังด้วย หากในชั้นศาลให้ประกันตัว หากผู้ต้องหามีพฤติกรรมข่มขู่ก็จะยื่นขอถอนประกันตัว จึงไม่ต้องเป็นห่วงขอให้สบายใจได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *