ทหารพรานวัย 32 รัวยิงพ่อเลี้ยงวัย 37 ร่างพรุนดับคาบ้าน แม่เอะใจ จู่ๆ เอาดอกไม้มาขอขมา-มือสั่น

พ.ย. 9, 2021

0

ทหารพรานวัย 32 รัวยิงพ่อเลี้ยงวัย 37 ร่างพรุนดับคาบ้าน แม่เอะใจ จู่ๆ เอาดอกไม้มาขอขมา-มือสั่น

ทหารพรานวัย 32 รัวยิงพ่อเลี้ยงวัย 37 ร่างพรุนดับคาบ้าน แม่เอะใจ จู่ๆ เอาดอกไม้มาขอขมา-มือสั่น

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 8 พ.ย.64 ร.ต.อ.บรรจบ กุมวิมล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งยิงกันตายที่บ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ใกล้โรงงานผลิต ถุงคุกกี้ฝากาว ถุงสบู่ ต.บ้านนา อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภาณุเดช ณ พัทลุง รอง ผบก.ภ.จ.ชุมพร, พ.ต.ท.สมภพ เชื้อทอง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร, พ.ต.ท.ชนะภัย บุญนาค สวป., ตำรวจชุดสืบสวน, ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน, แพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพร

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในบ้านใกล้กับประตูทางเข้าพบศพ นายนิรัช ปัจฉิมมา อายุ 37 ปี นอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่แก้มซ้าย 1 นัด ลำตัว 2 นัด ขาซ้าย 1 นัด และขาขวา 1 นัด รวม 5 นัด ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 5 ปลอก เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นางกาญจนา ขุนภิรมย์ อายุ 50 ปี ภรรยาของผู้ตาย กล่าวว่า คนร้ายที่ลงมือยิงสามีตนคือลูกชายแท้ๆ ของตนชื่อ นายชนม์ชนก ฤตชนม์ อายุ 32 ปี เป็นทหารพรานอยู่ จ.ปัตตานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนใต้ และเป็นลูกเลี้ยงของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขับรถกระบะมิตซูบิ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไปแล้ว

นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ลูกชายตนเป็นทหารพรานอยู่ชายแดนใต้ประมาณ 7-8 ปีแล้ว นานๆ จะกลับบ้าน ส่วนผู้ตายเพิ่งจะมาอยู่กินกับตนได้ 8 เดือน ทุกครั้งที่ลูกชายตนกลับบ้านก็พูดคุยกันด้วยดีกับพ่อเลี้ยง แต่ลูกชายตนจะเรียกพ่อเลี้ยงว่า “บ่าว” ก่อนเกิดเหตุลูกชายลากลับบ้านจากชายแดนใต้ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา โดยลูกชายบอกไปนอนพักที่โรงแรมในตัวเมืองชุมพรและบ้านแฟนสาว

นางกาญจนา กล่าวอีกว่า ตอนเช้าตนได้พาสามีไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิดที่ ร.พ.ท่าแซะ พอกลับมาบ้านก็พบลูกชายมาหา แต่ลูกชายมีอาการแปลกๆ และซื้อมาลัยดอกไม้มาให้ตน แล้วบอกว่าจะมาขอขมาแม่และเห็นมือไม้ลูกชายสั่นๆ ตนก็ถามกลับไปว่ายังไม่ได้กลับแล้วเอาดอกไม้มาขอขมาทำไม แต่ลูกชายก็ไม่พูดอะไร จากนั้นลูกชายได้ชวนตนไปกินอาหารและก๋วยเตี๋ยวถ้าพิสูจน์ ในตัวเมืองชุมพร โดยตนได้พาสามีและหลานไปด้วย ลูกชายตนก็ไม่ได้แสดงอาการอะไร และยังจ่ายเงิน 500 บาท เลี้ยงพวกตนด้วย

เมื่อกลับมาจากกินอาหาร ลูกชายก็ขับรถยนต์เข้ามาจอดข้างบ้านแล้วยกต้นไม้ในกระบะหลังลง ส่วนสามีตนเดินเข้าไปเปลี่ยนผ้าในบ้าน และตนเดินเข้าไปในสวนข้างบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังรัวถี่ยิบ เมื่อตนวิ่งมาดูพบว่าสามีตนถูกลูกชายยิงล้มลงกองกับพื้นในบ้าน ตนถามลูกชายว่าทำไม่ต้องทำแบบนี้ ลูกก็บอกว่าอย่าแจ้งความนะ ก่อนที่ลูกจะหลบหนีไป

ขณะที่ นางภาวิณี ปัจฉิมมา อายุ 59 ปี แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ช่วง 7-8 เดือน ที่ลูกชายมาอยู่กับเมียคนนี้ ตนรู้สึกไม่ดีเลยเพราะลูกมีปัญหาและกลับมาบ้านหลายครั้ง แต่ลูกชายไม่เคยพูดว่ามีปัญหาอะไรกันบ้าง ตนก็แค่บอกลูกชายว่ายังไงก็ขอให้กลับบ้านเรา เพราะตนมีสวนทุเรียน มีสวนยางพารา บ้านไม่ได้ลำบากอะไรเลย ขณะที่พี่สาวของผู้ตาย บอกว่า ที่ผ่านมาก็รู้ว่าผู้ก่อเหตุไม่อยากมีพ่อเลี้ยง ไม่ต้องการให้แม่ของตนเองมีสามีใหม่ จนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจดชุดสืบสวนเมืองชุมพร พร้อมด้วย ตำรวจสายตรวจ 191 และตำรวจจราจร สภ.สวี จ.ชุมพร นำกำลังร่วมกันสกัดจับกุมตัว นายชนม์ชนก ได้บนถนนสาย 4003 มุ่งหน้าเข้าอำเภอสวี ห่างจากถนนสายเอเชีย 41 ประมาณ 100 เมตร และห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 กิโลเมตร ตรวจค้นภายในรถพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก วางอยู่บนเบาะนั่งข้างคนขับ ภายในแมกกาซีนบรรจุกระสุนอยู่ 5 นัด ที่นั่งผู้โดยสารเบาะหลังมีเสื้อทหารพราน ระบุหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน สังกัดกรมทหารพรานที่ 45 วางอยู่ 1 ตัว และบนที่วางเท้าพบแผ่นป้ายทะเบียน หมายเลข บร 5004 ชุมพร จำนวน 2 แผ่น วางอยู่ที่พักเท้าหลังคนขับ จึงตรวจยึดไว้เป็น

นายชนม์ชนก บอกว่า ตนเป็นทหารพรานอยู่ที่ จ.นราธิวาส ได้ลาพัก 10 วัน หลังจากก่อเหตุยิงพ่อเลี้ยงได้ขับรถยนต์หลบหนีมุ่งหน้าลงใต้บนถนนเอเซีย 41 จนมาถูกสกัดจับได้ดังกล่าว ส่วนสาเหตุ นายชนม์ชนก บอกว่า เนื่องจากแม่ได้ออกจากคุกและใช้ชีวิตอยู่คนเดียว โดยบ้านตรงข้ามมั่วสุมเสพยาเสพติด แจ้งเพื่อนให้เข้าไปจับแล้วไม่มีผลอะไร ก็ยังมั่วสุมกันอยู่ จึงก่อเหตุยิงดังกล่าว ซึ่งลักษณะการพูดจาของ นายชนม์ชนก วกวนไปมา จับใจความไม่ได้ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สอบปากคำหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *